การเรียนรู้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไฟฟ้าเป็นเรื่องจำเป็นและต้องฝึกให้ชำนาญสามารถช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายให้ปลอดภัยได้ การช่วยเหลือมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. ช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าโดยเร็ว อันตรายจากไฟฟ้าดูดที่มีผลต่อร่างกายประกอบด้วยปริมาณกระแสที่ไหลผ่านร่างกาย เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน และระยะเวลาที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน จะเห็นว่าการลดระยะเวลาที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ประสบอันตราย เมื่อคนถูกไฟฟ้าคูดจึงต้องช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าโดยเร็ว และห้ามสัมผัสถูกตัวผู้ที่กำลังถูกไฟดูด ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
- ปลดวงจรไฟฟ้า เป็นการตัดไฟฟ้าที่ผ่านบุคคล เป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยกับผู้ที่ช่วยเหลือ การปลดวงจรไฟฟ้าจะต้องทราบว่าสามารถปลดวงจรได้ที่ไหน และเป็นเครื่องปลดวงจรหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัวใด จึงเป็นเรื่องยากถ้าไม่ทราบมาก่อน วิธีนี้จึงใช้ไม่ได้ทุกกรณี แต่ใช้ได้ดีกับการปฏิบัติงานที่มีการวางแผนไว้ก่อน ถ้าเป็นวงจรที่ใช้เต้าเสียบ (ปลั๊กไฟฟ้า) ก็จะสามารถดึงออกได้โดยง่าย
- ดึงออกด้วยฉนวนไฟฟ้า กรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือโดยการปลดวงจรไฟฟ้าหรือดึงเต้าเสียบได้ การช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าอีกวิธีหนึ่งคือการดึงออกด้วยฉนวนไฟฟ้า หรือเขี่ยออกด้วยด้วยฉนวนไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น ไม้แห้ง ผ้าแห้ง หรือพลาสติก ในการช่วยเหลือต้องระวังไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับผู้ที่กำลังประสบอันตรายอยู่ เพราะอาจเป็นอันตราย
ต่อผู้ช่วยเหลือได้
2. การตรวจว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ ผู้ประสบอันตรายอาจได้รับบาดเจ็บ หรือมีแผลจากการตกจากที่สูงหรือจากการช่วยเหลือ เมื่อผู้ประสบอันตรายพ้นจากไฟฟ้าแล้วสิ่งที่จะต้องทำก่อนอื่นคือตรวจว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ เพราะถ้าหยุดหายใจ
อาจเสียชีวิตโดยเร็ว อันตรายจากบาดแผลอื่นอาจยังไม่เป็นเหตุให้เสียชีวิตโดยเร็ว
3. ถ้าไม่หายต้องช่วยให้หายใจ ถ้าผู้ประสบอันตรายไม่หายใจต้องรีบช่วยให้หายใจโดยเร็ว เพราะถ้าร่างกายขาดออกซิเจนเป็นเวลานานก็จะเสียชีวิต การช่วยให้หายทำได้โดยการผายปอด แต่การผายปอดต้องทำอย่างถูกต้องจึงจะได้ผล ผู้จะทำการผายปอดต้องรู้วิธีและได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ
4. ปฐมพยาบาลอื่นตามความจำเป็น กรณีที่ผู้ประสบอันตรายได้รับบาดเจ็บอื่น เช่น มีบาด หรือร่ายกายส่วนใดส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วยให้หายใจได้แล้วควรทำการปฐมพยาบาลอื่น เท่าที่จะสามารถได้
5. นำส่งโรงพยาบาล เมื่อผู้ประสบอันตรายได้รับการช่วยเหลือจนสามารถหายใจได้เองแล้ว และทำการปฐมพยาบาลแล้ว อย่าเพิ่งมั่นใจว่าผู้ประสบอันตรายจะปลอดภัย ควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย