วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า

          การเรียนรู้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไฟฟ้าเป็นเรื่องจำเป็นและต้องฝึกให้ชำนาญสามารถช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายให้ปลอดภัยได้  การช่วยเหลือมีขั้นตอนสำคัญ  ดังนี้
             1.  ช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าโดยเร็ว   อันตรายจากไฟฟ้าดูดที่มีผลต่อร่างกายประกอบด้วยปริมาณกระแสที่ไหลผ่านร่างกาย  เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน  และระยะเวลาที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน  จะเห็นว่าการลดระยะเวลาที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ประสบอันตราย  เมื่อคนถูกไฟฟ้าคูดจึงต้องช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าโดยเร็ว  และห้ามสัมผัสถูกตัวผู้ที่กำลังถูกไฟดูด  ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
     -  ปลดวงจรไฟฟ้า  เป็นการตัดไฟฟ้าที่ผ่านบุคคล  เป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยกับผู้ที่ช่วยเหลือ  การปลดวงจรไฟฟ้าจะต้องทราบว่าสามารถปลดวงจรได้ที่ไหน  และเป็นเครื่องปลดวงจรหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัวใด  จึงเป็นเรื่องยากถ้าไม่ทราบมาก่อน  วิธีนี้จึงใช้ไม่ได้ทุกกรณี  แต่ใช้ได้ดีกับการปฏิบัติงานที่มีการวางแผนไว้ก่อน  ถ้าเป็นวงจรที่ใช้เต้าเสียบ (ปลั๊กไฟฟ้า)  ก็จะสามารถดึงออกได้โดยง่าย  
     -  ดึงออกด้วยฉนวนไฟฟ้า  กรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือโดยการปลดวงจรไฟฟ้าหรือดึงเต้าเสียบได้  การช่วยให้พ้นจากไฟฟ้าอีกวิธีหนึ่งคือการดึงออกด้วยฉนวนไฟฟ้า  หรือเขี่ยออกด้วยด้วยฉนวนไฟฟ้า  อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า  เช่น  ไม้แห้ง  ผ้าแห้ง  หรือพลาสติก  ในการช่วยเหลือต้องระวังไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับผู้ที่กำลังประสบอันตรายอยู่  เพราะอาจเป็นอันตราย     
ต่อผู้ช่วยเหลือได้
          2.  การตรวจว่ายังหายใจอยู่หรือไม่  ผู้ประสบอันตรายอาจได้รับบาดเจ็บ  หรือมีแผลจากการตกจากที่สูงหรือจากการช่วยเหลือ  เมื่อผู้ประสบอันตรายพ้นจากไฟฟ้าแล้วสิ่งที่จะต้องทำก่อนอื่นคือตรวจว่ายังหายใจอยู่หรือไม่  เพราะถ้าหยุดหายใจ
อาจเสียชีวิตโดยเร็ว  อันตรายจากบาดแผลอื่นอาจยังไม่เป็นเหตุให้เสียชีวิตโดยเร็ว
          3.  ถ้าไม่หายต้องช่วยให้หายใจ   ถ้าผู้ประสบอันตรายไม่หายใจต้องรีบช่วยให้หายใจโดยเร็ว  เพราะถ้าร่างกายขาดออกซิเจนเป็นเวลานานก็จะเสียชีวิต  การช่วยให้หายทำได้โดยการผายปอด  แต่การผายปอดต้องทำอย่างถูกต้องจึงจะได้ผล  ผู้จะทำการผายปอดต้องรู้วิธีและได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ
          4.  ปฐมพยาบาลอื่นตามความจำเป็น  กรณีที่ผู้ประสบอันตรายได้รับบาดเจ็บอื่น เช่น  มีบาด หรือร่ายกายส่วนใดส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ   เมื่อช่วยให้หายใจได้แล้วควรทำการปฐมพยาบาลอื่น  เท่าที่จะสามารถได้
          5. นำส่งโรงพยาบาล  เมื่อผู้ประสบอันตรายได้รับการช่วยเหลือจนสามารถหายใจได้เองแล้ว  และทำการปฐมพยาบาลแล้ว  อย่าเพิ่งมั่นใจว่าผู้ประสบอันตรายจะปลอดภัย  ควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย